เทรนด์การท่องเที่ยว
อัพเดทล่าสุด: 19 เม.ย. 2025
495 ผู้เข้าชม

1. การท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน (Sustainable Travel)
รายละเอียดเพิ่มเติม:
นักท่องเที่ยวใส่ใจต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น ลดการใช้พลาสติก, เลือกที่พักที่ใช้พลังงานหมุนเวียน และกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ
การท่องเที่ยวแบบ slow travel (เน้นการใช้เวลานานในจุดหมายปลายทางหนึ่งๆ) เป็นที่นิยม
นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่เลือกสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น เช่น โฮมสเตย์ ร้านอาหารพื้นเมือง และงานหัตถกรรม
2. ️ การท่องเที่ยวในประเทศยังคงได้รับความนิยม
เทรนด์ เที่ยวใกล้แต่ลึกซึ้ง (Deep Local Experience) เน้นเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นจริงๆ เช่น การเรียนทำอาหารพื้นบ้านหรือเข้าร่วมประเพณี
จังหวัดรองที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เช่น น่าน แพร่ บึงกาฬ เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบ
การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือเช่ารถเพื่อเดินทางแบบ Road Trip ภายในประเทศก็ยังคงเป็นกระแสนิยม
3. การเดินทางแบบไม่จำกัดวัย (Ageless Adventures)
ผู้สูงวัยมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นจากการดูแลตัวเอง ทำให้มีกำลังใจในการท่องเที่ยวผจญภัย เช่น ดำน้ำ, ซาฟารี, หรือขี่ ATV
ทริปสุขภาพ (Wellness Trip) เช่น การเข้าค่ายโยคะ สปาธรรมชาติ หรือศูนย์สุขภาพที่มีสมุนไพรไทยเริ่มได้รับความนิยม
เทคโนโลยีช่วยให้กลุ่มนี้เดินทางสะดวกขึ้น เช่น แอปแปลภาษา, อุปกรณ์ช่วยการเดินทาง, การจองออนไลน์ที่ใช้งานง่าย
4. การท่องเที่ยวแบบกลุ่ม (Tribe Travel)
เทรนด์นี้เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยรู้จักกันแต่มีความสนใจคล้ายกัน เช่น ทริปสายถ่ายภาพ, ทริปแฟนคลับซีรีส์/ดารา
บริษัททัวร์และแพลตฟอร์มจองทริปเริ่มจัดโปรแกรม "Group Match" คือจับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจเหมือนกันให้เที่ยวไปด้วยกัน
การสร้างคอนเทนต์ร่วมกันในกลุ่ม เช่น Vlog หรือภาพถ่ายร่วม ช่วยเพิ่มความผูกพันและทำให้ประสบการณ์สนุกยิ่งขึ้น
5. การใช้เทคโนโลยี AI ในการวางแผนการเดินทาง
แอปวางแผนทริปที่ใช้ AI เช่น Google Travel หรือแอปของ OTA ต่างๆ สามารถวิเคราะห์ความชอบของผู้ใช้และแนะนำแพ็กเกจหรือแผนการเดินทางแบบเฉพาะตัว
Chatbot อัจฉริยะในแพลตฟอร์มท่องเที่ยวช่วยตอบคำถามและแก้ปัญหาได้ตลอด 24 ชม.
เทคโนโลยี AR/VR ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถ "ลองเที่ยว" ก่อนตัดสินใจ เช่น เดินชมพิพิธภัณฑ์เสมือนหรือดูห้องพักก่อนจอง
รายละเอียดเพิ่มเติม:
นักท่องเที่ยวใส่ใจต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น ลดการใช้พลาสติก, เลือกที่พักที่ใช้พลังงานหมุนเวียน และกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ
การท่องเที่ยวแบบ slow travel (เน้นการใช้เวลานานในจุดหมายปลายทางหนึ่งๆ) เป็นที่นิยม
นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่เลือกสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น เช่น โฮมสเตย์ ร้านอาหารพื้นเมือง และงานหัตถกรรม
2. ️ การท่องเที่ยวในประเทศยังคงได้รับความนิยม
เทรนด์ เที่ยวใกล้แต่ลึกซึ้ง (Deep Local Experience) เน้นเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นจริงๆ เช่น การเรียนทำอาหารพื้นบ้านหรือเข้าร่วมประเพณี
จังหวัดรองที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เช่น น่าน แพร่ บึงกาฬ เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบ
การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือเช่ารถเพื่อเดินทางแบบ Road Trip ภายในประเทศก็ยังคงเป็นกระแสนิยม
3. การเดินทางแบบไม่จำกัดวัย (Ageless Adventures)
ผู้สูงวัยมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นจากการดูแลตัวเอง ทำให้มีกำลังใจในการท่องเที่ยวผจญภัย เช่น ดำน้ำ, ซาฟารี, หรือขี่ ATV
ทริปสุขภาพ (Wellness Trip) เช่น การเข้าค่ายโยคะ สปาธรรมชาติ หรือศูนย์สุขภาพที่มีสมุนไพรไทยเริ่มได้รับความนิยม
เทคโนโลยีช่วยให้กลุ่มนี้เดินทางสะดวกขึ้น เช่น แอปแปลภาษา, อุปกรณ์ช่วยการเดินทาง, การจองออนไลน์ที่ใช้งานง่าย
4. การท่องเที่ยวแบบกลุ่ม (Tribe Travel)
เทรนด์นี้เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยรู้จักกันแต่มีความสนใจคล้ายกัน เช่น ทริปสายถ่ายภาพ, ทริปแฟนคลับซีรีส์/ดารา
บริษัททัวร์และแพลตฟอร์มจองทริปเริ่มจัดโปรแกรม "Group Match" คือจับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจเหมือนกันให้เที่ยวไปด้วยกัน
การสร้างคอนเทนต์ร่วมกันในกลุ่ม เช่น Vlog หรือภาพถ่ายร่วม ช่วยเพิ่มความผูกพันและทำให้ประสบการณ์สนุกยิ่งขึ้น
5. การใช้เทคโนโลยี AI ในการวางแผนการเดินทาง
แอปวางแผนทริปที่ใช้ AI เช่น Google Travel หรือแอปของ OTA ต่างๆ สามารถวิเคราะห์ความชอบของผู้ใช้และแนะนำแพ็กเกจหรือแผนการเดินทางแบบเฉพาะตัว
Chatbot อัจฉริยะในแพลตฟอร์มท่องเที่ยวช่วยตอบคำถามและแก้ปัญหาได้ตลอด 24 ชม.
เทคโนโลยี AR/VR ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถ "ลองเที่ยว" ก่อนตัดสินใจ เช่น เดินชมพิพิธภัณฑ์เสมือนหรือดูห้องพักก่อนจอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
หากวันหนึ่งเรามีโอกาสพาแขกจากต่างดาวมาทัวร์ประเทศไทย วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ "วัดพระแก้ว" จะต้องเป็นหนึ่งในจุดหมายอันดับต้น ๆ แน่นอน! ไม่ใช่เพียงเพราะความงามของสถาปัตยกรรมไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่สะท้อน "จิตวิญญาณของชาติไทย" ได้อย่างแท้จริง
14 พ.ค. 2025
เกาะสมุย ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งในเกาะที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย ด้วยชายหาดที่งดงาม ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
21 เม.ย. 2025
เมืองซีอาน (Xi’an) เมืองหลวงเก่าแก่ของจีนในอดีต และเป็นศูนย์กลางของเส้นทางสายไหม (Silk Road) เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอันลึกซึ้ง และสิ่งปลูกสร้างโบราณที่ยังคงความงดงามอยู่จวบจนปัจจุบัน
24 เม.ย. 2025
Yifan Wang


